พระสังฆราชโยเซฟ ประธาน ศรีดารุณศีล เกิดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1946
บิดาชื่อนายวิรัช มารดาชื่อ นางกิมเฮง ศรีดารุณศีล มีพี่น้อง 7 คน ชาย 5 คน หญิง 2 คน ท่านเป็นคนโต มีน้องสาวเป็นซิสเตอร์ 1 คน ได้รับศีลล้างบาปที่วัดแพรกหนามแดง ซึ่งเป็นวัดน้อยขึ้นกับวัดพระหฤทัยพระเยซูเจ้า
(วัดเพลง ราชบุรี) เติบโตและเข้าบ้านเณรในนามวัดพระตรีเอกภาพ หนองหิน จังหวัดนครปฐม เข้าบ้านเณรเล็กคณะซาเลเซียนที่หัวหิน

  • ปฏิญาณตนเป็นนักบวชซาเลเซียน เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1965
  • ศึกษาวิชาปรัชญาที่ฮ่องกง วิชาเทววิทยาที่เครมิซาน ประเทศอิสราเอล
    ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ วันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1975 ที่กรุงโรมจากสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6
  • ปี ค.ศ. 1975-1979 ปฏิบัติงานในหมู่คณะซาเลเซียนที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิก กรุงเทพฯ
  • ปี ค.ศ. 1979-1980 เป็นอธิการโรงเรียนแสงทองวิทยาหาดใหญ่
  • ปี ค.ศ. 1980-1982 เป็นอธิการโรงเรียนเทพมิตรศึกษา และอธิการสำนักฝึกธรรมดอมินิก ซาวีโอ
  • ปี ค.ศ. 1982-1984 ศึกษาต่อต่างประเทศด้านชีวิตจิต ที่มหาวิทยาลัยซาเลเซียน กรุงโรม
  • ปี ค.ศ. 1984-1986 เป็นอธิการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และอธิการบ้านเณรเล็กซาเลเซียนหัวหิน
  • ปี ค.ศ. 1986-1989 เป็นรองเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย เป็นอธิการโรงเรียนเซนต์ดอมินิก และอธิการบ้านเณรซาเลเซียนเซนต์ดอมินิก
    ได้รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์ วันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1975 ที่กรุงโรมจากสมเด็จพระสันตะปาปาเปาโลที่ 6
  • ปี ค.ศ. 1975-1979 ปฏิบัติงานในหมู่คณะซาเลเซียนที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิก กรุงเทพฯ
  • ปี ค.ศ. 1979-1980 เป็นอธิการโรงเรียนแสงทองวิทยาหาดใหญ่
  • ปี ค.ศ. 1980-1982 เป็นอธิการโรงเรียนเทพมิตรศึกษา และอธิการสำนักฝึกธรรมดอมินิก ซาวีโอ
  • ปี ค.ศ. 1982-1984 ศึกษาต่อต่างประเทศด้านชีวิตจิต ที่มหาวิทยาลัยซาเลเซียน กรุงโรม
  • ปี ค.ศ. 1984-1986 เป็นอธิการโรงเรียนหัวหินวิทยาลัย และอธิการบ้านเณรเล็กซาเลเซียนหัวหิน
  • ปี ค.ศ. 1986-1989 เป็นรองเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย เป็นอธิการโรงเรียนเซนต์ดอมินิก และอธิการบ้านเณรซาเลเซียนเซนต์ดอมินิก
  • ปี ค.ศ. 1989-1992 เป็นอธิการโรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย
  • ปี ค.ศ. 1992-1998 เป็นเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประเทศไทย
    หลังจากหมดวาระเจ้าคณะแขวงแล้วได้ไปศึกษาต่อด้านชีวิตจิตที่กรุงโรมฟื้นฟูจิตใจด้านพระคัมภีร์ที่เนมีและเข้าเงียบตามวิธี Lectio Divina ที่เอธิโอเปีย
  • ปี ค.ศ. 2004 เป็นเจ้าคณะแขวงซาเลเซียนแห่งประะทศไทย เป็นสมัยที่ 2
  • ปี ค.ศ. 2004 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสังฆราชของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ตามประกาศของวาติกัน เมื่อวันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2004 ได้รับการอภิเษกจากพระคาร์ดินัลเครสเชนซีโอ เซเป เจ้าสมณกระทรวงประกาศพระวรสารสู่ปวงชน เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ที่วัดแม่พระฟาติมา บ้านแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วิสัยทัศน์ในการทำหน้าที่พระสังฆราช
จะพยายามสานฝันของพระสังฆราชไมเคิล ประพนธ์ ชัยเจริญ ให้สำเร็จ คือการสร้างกลุ่มคริสตชนโดยมีพระวาจาและศีลมหาสนิทเป็นพื้นฐาน


หลังจากการอภิเษกไม่ถึง 1 เดือน ก็มีธรณีพิบัติภัยคลื่นสึนามิกระทบชายฝั่งอันดามัน นำความเสียหายใหญ่หลวงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน มาสู่พี่น้องชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก เหตุการณ์ระทึกขวัญเหล่านี้เร่งรัดให้พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช และสัตบุรุษ ไปเยี่ยมเยียน ช่วยเหลือ บางคนไปอยู่ร่วมชีวิตกับ พวกเขาเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความรักของพระเจ้าท่ามกลางพี่น้องผู้ประสบภัยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นโอกาสเปิดตัวเข้าสู่ชุมชน คริสตชนหลายคนที่อพยพ มาทำมาหากินแล้วไม่ได้รับการอภิบาลเป็นเวลานาน ได้พบพระสงฆ์ นักบวช จึงมาร่วมพิธีกรรม เร่งรัดให้สังฆมณฑลจัดโครงสร้าง และบุคลากรเพื่อตอบสนอง ความต้องการต่างๆ ทั้งเสริมส่วนที่มีอยู่แล้วและสร้างใหม่เช่น เปิดบ้าน “พรตะวัน” ศูนย์อภิบาลด้านสังคม และเริ่มสร้างวัดแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทาน ที่ตะกั่วป่าจังหวัดพังงา สร้างโรงเรียนอาชีวะและศูนย์บริการชุมชนที่วัดนักบุญอักแนส จังหวัด กระบี่ เปิดบ้านพระเมตตา ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ ที่จังหวัดระนอง คณะคามิเลียนเปิดศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต คณะซาเลเซียนเปิดบ้านดอนบอสโกเพื่อช่วยเด็กกำพร้าที่ตะกัวป่า และองค์กรอื่นๆ เข้าไปช่วยเหลือชุมชนอีกมากมาย ทำให้เมตตาธรรมตามจิตตารมณ์พระคริสตเจ้าเข้าถึงชุมชน และภารกิจของพระศาสนจักรในภาคใต้เด่นชัดขึ้น


การอภิบาลในยุคนี้มุ่งเสริมสร้างชีวิตจิตและพัฒนาศักยภาพของผู้นำตามกลุ่มต่างๆ เพื่อแต่ละชุมชนเป็นพระศาสนจักรที่มีส่วนร่วมและสามารถปฏิบัติหน้าที่คริสตชนตามบทบาทของตน พระสังฆราชเทศน์สอนการอ่านพระคัมภีร์ด้วยวิธี Lectio Divina ผ่านทางกิจกรรมประชุมอบรมที่บ้านชุมพาบาล และการฟื้นฟูจิตใจตามวัดที่จัดขึ้น

ประสบการณ์ไปเฝ้าพระสันตะปาปา Adlimina 2018
..ต่อจากนั้นพระองค์ก็บอกเราว่า “ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ ตามสบายทุกเรื่องที่อยากจะพูด”


พ่อเป็นคนแรกที่ยกมือ ถามพระองค์ว่า “พระองค์ทรงมีปัญหาเยอะแยะ มีคนต่อต้าน วิพากษ์วิจารณ์ก็เยอะ แต่พระองค์ก็บอกให้เรามีความหวัง ความยินดี ถามพระองค์ว่า อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้พระองค์ทำเช่นนั้นได้ พระองค์ได้พลังมาจากไหน”


พระองค์ตอบว่า “ที่ทำได้เพราะพระเจ้าทรงช่วย หากพระองค์ไม่ช่วย พ่อก็ทำไม่ได้แน่นอน พ่อไม่ได้ขอเป็นพระสันตะปาปาบรรดาพระคาร์ดินัลเป็นผู้เลือกพ่อขึ้นมา จึงเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ดังนั้นพระองค์ต้องช่วยพ่อ การวิพากษ์วิจารณ์ย่อมมีอยู่เสมอ แต่พ่อก็ไม่เคยเสียสันติในจิตใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว พ่อให้ความสนใจกับคนยากจนคนด้อยโอกาส คนเจ็บป่วยคนที่อยู่ชายขอบของสังคมผู้อพยพต่อไป เพราะนี่คือพระวรสาร”


พ่อรู้สึกได้กำลังใจจากคำตอบของพระองค์สำหรับการทำหน้าที่ของพ่อต่อไป พระสันตะปาปาอายุมากกว่าเรา สุขภาพท่านก็ไม่ดี คุกเข่าไม่ได้ เวลาจะนั่ง พระองค์ต้องถอยหลังไปชิดเก้าอี้แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งเลย เดินก็ไม่ค่อยคล่อง แต่พระองค์ก็ทำงานเต็มที่ เราจะไม่มีสิทธิ์บ่นด้วยประการทั้งปวงครับ

พระสันตะปาปาทรงขอสิ่งเดียวครับคือ “สวดให้พ่อด้วยนะ” เราจะภาวนาเพื่อพระองค์ทุกวันจริงๆ นะครับ